216 สัปดาห์ ที่แล้ว - คนดู 550
  •  รูปที่ 1
รายละเอียด
BLOGGER LINGOTHAILANDเรียนภาษาอังกฤษกับLingo02.270.0249 แตงกวาอุดมด้วยวิตามินซี แคลเซียม ซิลิก้า และโพแทสเซียม แตงกวามีคุณสมบัติเย็น แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับปัสสาวะและสารพิษต่าง ๆ ในทางความงาม แตงกวาช่วยลดความมัน กระชับรูขุมขน ลดอาการบวม และช่วยเผยผิวกระจ่างใส และนี่คือวิธีง่าย ๆ ในการใช้แตงกวาดูแลผิวพรรณลดความมันของผิว ปอกเปลือกแตงกวาแล้วสับหยาบ ๆ จากนั้น ใส่เครื่องปั่นจนกระทั่งเป็นเนื้อเนียนนุ่ม นำมาทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นมาส์กแตงกวาอะโวคาโด สูตรนี้ช่วยบำรุงผิวกระชับรูขุมขน และขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วเพื่อเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่าเก่า วิธีการก็คือนำส่วนผสมแตงกวาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ½ ถ้วย อะโวคาโดสับหยาบ ๆ ½ ถ้วย ไข่ขาว 1 ฟอง และนมผง 2 ช้อนชา ใส่ลงในเครื่องปั่นจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด เอาไปแช่เย็น 30 นาทีก่อนนำมาทาทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น ก่อนซับหน้าให้แห้งมาส์กเพื่อผิวเนียนเรียบ ถ้าเป็นสิว นี่เป็นวิธีง่าย ๆ ในการป้องกัน ส่วนผสมที่ต้องการก็คือแตงกวาปอกเปลือกครึ่งลูก นมผงไร้ไขมัน 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ช้อนชา เอาส่วนผสมมาปั่นรวมกันแล้ว ทาบนใบหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก ชาดำเราต่างรู้จักประโยชน์ต่อสุขภาพจากการดื่มชา แต่คุณอาจไม่รู้ว่ามันเป็นผู้ช่วยความงามที่ดีเช่นกัน แอนตี้ออกซิแดนต์เข้มข้นของชาช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของความร่วงโรยของผิว ชายังเป็นแอสตริงเจนต์ที่ช่วยลดอาการตาบวมและสิวได้ด้วย และแทนนินในชายังช่วยเรื่องผิวไหม้แดดด้วยวิธีง่าย ๆ ในการจัดการกับอาการตาบวมและรอยคล้ำใต้ตาก็คือ เอาถุงชาที่ชงแล้วไปแช่เย็นเอาไว้ ก่อนเอามาวางทับลงบนดวงตา ทิ้งไว้ 15-20 นาที ดวงตาคุณจะสดใสขึ้นทันที แต่ถ้าจะจัดการกับสิวที่กำลังจะเริ่มโผล่ขึ้นมา ใช้ถุงชาอุ่น ๆ โปะลงไปบริเวณที่เป็นสิวสักสองสามนาที ไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ มันจะช่วยลดอาการอักเสบของสิวลงได้ ฟักทองอุดมด้วยวิตามินเอ (ที่ช่วยเยียวยาผิว) ซี (ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์) และสังกะสี ฟักทองเป็นมาส์กที่ยอดเยี่ยมสำหรับผิวทุกประเภท โดยเฉพาะผิวบอบบางและเสียหายจากสิ่งแวดล้อม ฟักทองช่วยบรรเทาผิว ให้ความชุ่มชื้น และเป็นตัวนำพาส่วนผสมอื่นในมาส์กให้ซึมซับเข้าไปในผิวได้ดีขึ้นลองทำมาส์กฟักทองแบบง่าย ๆ สำหรับผิวทุกประเภทโดยใช้ฟักทองต้มสุกบดละเอียด 2 ช้อนชา น้ำผึ้ง ½ ช้อนชา และนม ¼ ช้อนชา สำหรับผิวแห้งให้เพิ่มวิปปิ้งครีม ¼ ช้อนชา หรือน้ำตาลทรายแดง ¼ ช้อนชา ถ้าผิวมัน ผสมน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล ½ ช้อนชา หรือน้ำแครนเบอร์รี่ ¼ ช้อนชา ผสมส่วนผสมทั้งหมดแล้วนำมาทาลงบนใบหน้า หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นมะนาวนอกจากรสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารแล้ว มะนาวยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง น้ำมะนาวช่วยรักษาอาการไอและขับเสมหะ มีวิตามินซีสูงที่ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน มะนาวยังมีสรรพคุณช่วยขจัดสารพิษ ขจัดเสมหะ และแก้ไอได้ดี ส่วนในทางความงาม มะนาวอุดมด้วยกรดผลไม้ที่จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยน และฟอกสีผิวให้จางลง เราแนะนำให้ใช้เฉพาะน้ำมะนาวคั้นสดใหม่ และหยุดใช้สูตรต่อไปนี้ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายผิวหรือระคายเคืองลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วและลดเลือนจุดด่างดำ ผ่ามะนาวครึ่งซีกผสมกับน้ำตาลทราย ½ ช้อนชา แล้วขัดผิวอย่างเบามือสองสามนาที ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจนกระทั่งรอยดำจางลงคอนดิชันเนอร์สำหรับผม ผสมน้ำมะนาวหนึ่งลูกกับน้ำอุ่นหนึ่งถ้วย และชโลมลงบนเส้นผมปล่อยทิ้งไว้ 2-3 นาทีแล้วล้างออก มันจะเพิ่มความเงางามและทำให้เส้นผมสปริงตัวจัดการรังแค ผสมน้ำมะนาวสดสองถึงสามช้อนโต๊ะ กับน้ำมันมะกอกอุ่น ๆ แล้วนวดลงบนหนังศีรษะ ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสระผมตามปกติแอสตริงเจนต์สำหรับผิวมันแบบง่าย ๆ บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย นำมาทาทั่วใบหน้าในตอนเช้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยมอยสเจอไรเซอร์พีชผลไม้ที่หอมหวานน่ากินนี้อุดมด้วยสารอาหารสำคัญสำหรับผิว ทั้งกรดผลไม้ที่ช่วยขัดลอกเซลล์ผิวเก่า วิตามินเอและซีที่ช่วยบำรุงเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวดูมีชีวิตชีวา วิธีใช้พีชแบบง่าย ๆ ก็คือเลือกพีชที่สุกงอม ผ่าครึ่งแล้วนำมาถูทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า หรือใช้พีชเป็นส่วนผสมสำหรับมาส์กดังต่อไปนี้มาส์กสำหรับผิวบอบบาง เหมาะอย่างมากในการลดเลือนรอยเส้นเลือด ปอกเปลือกและบดพีช ½ ลูก ผสมกับโยเกิร์ตธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ ทาทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกมาส์กเพื่อกระชับผิว เหมาะอย่างมากสำหรับผิวหย่อนคล้อยและทำให้รูขุมขนดูกระซับขึ้น ใช้พีชสุกงอมปอกเปลือกหนึ่งผลกับไข่ขาวหนึ่งฟอง ใส่ลงในเครื่องปั่นจนเป็นครีมข้น ทาส่วนผสมทั่วใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นน้ำผึ้งน้ำผึ้งเป็นอาหารที่สะอาด ปลอดจากจุลินทรีย์ต่าง ๆ และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้ เมื่อใช้ทาบาดแผลจะทำให้แผลไม่เกิดการอักเสบ น้ำผึ้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูกได้ดี และสมัยโบราณหมอยาก็มักใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนผสมในการปรุงยาหรือเป็นตัวประสานในยาน้ำผึ้งยังมีวิตามินบี ซี และแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น ฟอสฟอรัส กรดอะมิโนจำเป็น รวมทั้งแอนตี้ออกซิแดนต์ ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ น้ำผึ้งจึงถูกนำมาใช้ในการดูแลผิวพรรณตั้งแต่สมัยโบราณ และนี่คือสูตรดี ๆ จากน้ำผึ้งมาส์กเพื่อความชุ่มชื่น ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะกับนม 2 ช้อนชา ทาทั่วใบหน้า ปล่อยให้แห้ง 10 นาทีแล้วล้างออกโทนเนอร์น้ำผึ้งและแอปเปิ้ล ช่วยกระชับผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนและชุ่มชื่น วิธีการก็คือใส่แอปเปิ้ลปอกเปลือกและสับ 1 ผลกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ลงในเครื่องปั่นอาหารและปั่นจนกระทั่งเป็นเนื้อละเอียดเนียน เอามาทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกทำความสะอาดผิว ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ อัลมอนด์บดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวโอ๊ตแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวให้เป็นส่วนผสมข้น ๆ ทาส่วนผสมลงบนใบหน้า นวดเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นคอนดิชันเนอร์สำหรับเส้นผม ผสมน้ำผึ้ง ½ ถ้วย กับน้ำมันมะกอก ¼ ถ้วยหรือ 2 ช้อนโต๊ะ ขึ้นอยู่กับว่าผมคุณแห้งแค่ไหน ใช้ส่วนผสมชโลมเส้นผมแล้วคลุมด้วยหมวกอาบน้ำ 30 นาที ก่อนสระผมตามปกติอะโวคาโดผลไม้ที่เป็นส่วนผสมของอาหารจานโปรดหลายอย่าง อุดมด้วยไขมันจำเป็นที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ และนอกจากจะใช้บำรุงผิวพรรณจากภายในแล้ว อะโวคาโดยังเป็นส่วนผสมที่นำมาใช้ดูแลผิวพรรณได้โดยตรง วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการพอกหน้าด้วยอะโวคาโด เพียงแค่บดเนื้ออะโวคาโดให้ละเอียดแล้วทาทั่วใบหน้าสะอาด ทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซึ่งสูตรนี้เหมาะสำหรับผิวแห้งนอกจากนี้ อะโวคาโดยังใช้บรรเทาอาการบวม โดยใช้อะโวคาโดฝานเป็นรูปครึ่งวงกลมหนาครึ่งนิ้ว แปะไว้ใต้ดวงตา ทิ้งไว้สัก 20 นาที credit: http://women.sanook.com