แชร์สูตรค่าคอมมิสชัน รู้ก่อนส่งเงินเดือน ในแอปลงเวลาเข้างาน
ค่าคอมมิสชัน (Commission) คือ ค่าตอบแทนพิเศษที่พนักงานจะได้รับตามเป้าหมาย หรือเงื่อนไขที่องค์กรกำหนด โดยส่วนใหญ่มักมาจากส่วนแบ่งการขายที่ใช้เป็นแรงจูงใจ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีขึ้น และตั้งใจบริการลูกค้าอย่างเต็มที่
โดยในบทความนี้ จะมาแชร์สูตรคำนวณค่าคอมมิสชัน โดยจะคิดค่าดังกล่าวออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ค่าคอมฯ ตามยอดขาย, ค่าคอมฯ แบบขั้นบันได และคิดค่าคอมฯ ตามกำไร หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย
คำนวณจากยอดขายสินค้า
การคำนวณค่าคอมฯ จากยอดขายสินค้า เป็นวิธีที่เข้าใจง่ายที่สุด โดยอ้างอิงจากราคาขายของสินค้าทุกชิ้น ที่พนักงานสามารถปิดการขายได้
ตัวอย่างเช่น พนักงานขายอุปกรณ์การเกษตรได้ 20,000 บาท ได้รับค่าคอมฯ 5%
สูตรคำนวณ: Commission =ราคาสินค้าอัตราคอมฯ (%)100
=20,0005100
=1,000 บาท
คำนวณตามขั้นบันได
ถัดมากับวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในสาย Human Resource คือ การคำนวณค่าคอมมิสชันตามขั้นบันได ซึ่งต่อยอดจากการคำนวณจากยอดขายรวม โดยบริษัทจะกำหนดขั้นต่ำของยอดขาย ที่พนักงานต้องทำให้ถึงก่อนที่จะได้รับค่าคอมฯ โดยวิธีนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจ ให้พนักงานมุ่งมั่นปิดการขายมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น บริษัทกำหนดคอมมิสชันตามยอดขายจริงที่ทำได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ยอดขาย 50,000 บาท ขึ้นไป ได้รับ 3%
ยอดขาย 100,001 – 200,000 บาท ได้รับ 5%
ยอดขายเกิน 200,000 บาท ได้รับ 7%
ถ้าพนักงานทำยอดได้ 250,000 บาท สามารถคำนวณจะคิดตามสูตร
สูตรคำนวณ:Commission=(ยอดขายในช่วงนั้น × อัตราค่าคอมฯ ของช่วงนั้น)
=(100,000 3100)+(100,000 5100) +(50,000 7100)
Commission= 3,000+5,000+3,500 = 11,500 บาท
คำนวณตามกำไร
การคำนวณตามกำไร เป็นวิธีใช้การคำนวณค่าคอมฯ จากยอดกำไรของสินค้า ทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกยอดขายที่เกิดขึ้น จะสร้างกำไรให้กับบริษัทจริง
ตัวอย่างเช่น พนักงานขายสินค้ามูลค่า 250,000 บาท โดยได้กำไรสุทธิจากการขาย 40,000 บาท (กำไรสุทธิ = รายได้จากการขาย - ต้นทุนสินค้า - ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) และค่าคอมฯ ได้รับ 10%
สูตรคำนวณ: Commission =กำไรสุทธิอัตราคอมฯ (%)100
=40,00010100
Commission =4,000 บาท
ขอบคุณข้อมูลจาก https://cloud-ta.com/
โดยในบทความนี้ จะมาแชร์สูตรคำนวณค่าคอมมิสชัน โดยจะคิดค่าดังกล่าวออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ค่าคอมฯ ตามยอดขาย, ค่าคอมฯ แบบขั้นบันได และคิดค่าคอมฯ ตามกำไร หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย
คำนวณจากยอดขายสินค้า
การคำนวณค่าคอมฯ จากยอดขายสินค้า เป็นวิธีที่เข้าใจง่ายที่สุด โดยอ้างอิงจากราคาขายของสินค้าทุกชิ้น ที่พนักงานสามารถปิดการขายได้
ตัวอย่างเช่น พนักงานขายอุปกรณ์การเกษตรได้ 20,000 บาท ได้รับค่าคอมฯ 5%
สูตรคำนวณ: Commission =ราคาสินค้าอัตราคอมฯ (%)100
=20,0005100
=1,000 บาท
คำนวณตามขั้นบันได
ถัดมากับวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในสาย Human Resource คือ การคำนวณค่าคอมมิสชันตามขั้นบันได ซึ่งต่อยอดจากการคำนวณจากยอดขายรวม โดยบริษัทจะกำหนดขั้นต่ำของยอดขาย ที่พนักงานต้องทำให้ถึงก่อนที่จะได้รับค่าคอมฯ โดยวิธีนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจ ให้พนักงานมุ่งมั่นปิดการขายมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น บริษัทกำหนดคอมมิสชันตามยอดขายจริงที่ทำได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ยอดขาย 50,000 บาท ขึ้นไป ได้รับ 3%
ยอดขาย 100,001 – 200,000 บาท ได้รับ 5%
ยอดขายเกิน 200,000 บาท ได้รับ 7%
ถ้าพนักงานทำยอดได้ 250,000 บาท สามารถคำนวณจะคิดตามสูตร
สูตรคำนวณ:Commission=(ยอดขายในช่วงนั้น × อัตราค่าคอมฯ ของช่วงนั้น)
=(100,000 3100)+(100,000 5100) +(50,000 7100)
Commission= 3,000+5,000+3,500 = 11,500 บาท
คำนวณตามกำไร
การคำนวณตามกำไร เป็นวิธีใช้การคำนวณค่าคอมฯ จากยอดกำไรของสินค้า ทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกยอดขายที่เกิดขึ้น จะสร้างกำไรให้กับบริษัทจริง
ตัวอย่างเช่น พนักงานขายสินค้ามูลค่า 250,000 บาท โดยได้กำไรสุทธิจากการขาย 40,000 บาท (กำไรสุทธิ = รายได้จากการขาย - ต้นทุนสินค้า - ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) และค่าคอมฯ ได้รับ 10%
สูตรคำนวณ: Commission =กำไรสุทธิอัตราคอมฯ (%)100
=40,00010100
Commission =4,000 บาท
ขอบคุณข้อมูลจาก https://cloud-ta.com/