ไขปัญหา ยารักษาหนองในมีกี่ชนิดแตกต่างอย่างไร

12 สัปดาห์ ที่แล้ว - คนดู 10
ยารักษาหนองใน มีหลายชนิดตามประเภทของโรคหนองใน โรคหนองในแบ่งได้เป็น 2 จำพวก อย่างเช่น โรคหนองในแท้ หรือ โกโนเรีย (Gonorrhoea) กับโรคหนองในเทียม (Non Gonococcal Urethritis: NSU) หนองในเทียมเป็นการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดขึ้นจากเชื้อโรคอื่นๆที่ไม่ใช่หนองในแท้ หลายท่านมีความสับสนระหว่างสองโรคนี้

ยารักษาหนองใน ประเภทหนองในแท้
ยารักษาหนองใน มีหลายตัว ใช้แตกต่างตามเชื้อ บริเวณที่ติดเชื้อ อายุและก็น้ำหนักตัวของผู้ติดเชื้อ ดังต่อไปนี้


* การได้รับเชื้อ Gonorrhoeae ที่ปากมดลูก ทางเดินปัสสาวะ ทวารหนัก แล้วก็คอหอย ชนิดไม่ซับซ้อน

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 250 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ร่วมกับการรับประทานอะซิโทรไมซิน (Azithromycin) 1 กรัม ครั้งเดียว หรือ กินเซฟิไซม์ (Cefixime) 400 มิลลิกรัม ร่วมกับ Azithromycin 1 กรัม ครั้งเดียว

* การติดเชื้อ Gonorrhoeae ที่ปากมดลูก ทางเดินปัสสาวะ และทวารหนักประเภทซับซ้อน

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 1 กรัม ฉีดเข้ากระแสเลือดร่วมกับกินอะซิโทรไมซิน (Azithromycin) 1 กรัม ครั้งเดียว

* การติดเชื้อ Gonorrhoeae ที่มีเยื่อบุตาอักเสบ (Gonorrhoeae Conjunctivitis)

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 1 กรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อร่วมกับกินอะซิโทรไมซิน (Azithromycin) 1 กรัม ครั้งเดียว

* การติดเชื้อ Gonococcal ที่มีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Gonococcal Meningitis)

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 1-2 กรัม ฉีดเข้ากระแสโลหิต ทุก 12-24 ชั่วโมง ร่วมกับกินอะซิโทรไมซิน (Azithromycin) 1 กรัม ครั้งเดียว

* การติดเชื้อ Gonococcal ในเด็กแรกเกิด

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 25–50 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ฉีดเข้ากระแสโลหิตหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว โดยขนาดยาห้ามเกิน 125 มิลลิกรัม

* การได้รับเชื้อ Gonorrhoeae ชนิดแพร่กระจายในเด็กอ่อน (เด็กทารกจะมีการติดเชื้อในกระแสเลือด ข้อ แล้วก็เยื่อหุ้มสมอง) แล้วก็การติดเชื้อที่หนังหัว (Gonococcal Scalp Abscesses)

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 25–50 มก./กก./วัน ฉีดเข้ากระแสเลือดหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อวันละ 1 ครั้ง นาน 7 วัน ถ้าหากมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบร่วมด้วยให้รักษาติดต่อกันนาน 7-14 วัน หรือเซฟโฟทาซีม (Cefotaxime) 25 มิลลิกรัม/โล ฉีดเข้ากระแสเลือดหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อทุก 12 ชั่วโมง นาน 7 วัน ถ้าเกิดมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบร่วมด้วยให้รักษาสม่ำเสมอนาน 7-14 วัน

* การได้รับเชื้อ Gonorrhoeae ประเภทไม่ซับซ้อน ในเด็กหรือเด็กอ่อนที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 45 กิโล

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 25–50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 โล ฉีดเข้ากระแสโลหิตหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว โดยปริมาณยาห้ามเกิน 125 มิลลิกรัม

* การติดเชื้อ Gonorrhoeae จำพวกไม่ซับซ้อน ในเด็กที่มีน้ำหนักตัวมากยิ่งกว่า 45 กิโลกรัม

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 250 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ร่วมกับการรับประทานอะซิโทรไมซิน (Azithromycin) 1 กรัม ครั้งเดียว หรือรับประทานเซฟิไซม์ (Cefixime) 400 มิลลิกรัม ร่วมกับ Azithromycin 1 กรัม ครั้งเดียว

* การได้รับเชื้อ Gonorrhoeae ร่วมกับมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือติดเชื้อในข้อ ในเด็กหรือเด็กอ่อนที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 45 กิโล

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 50 มก./กก. ฉีดเข้ากระแสโลหิตหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว นาน 7 วัน โดยปริมาณยาห้ามเกิน 1 กรัม

* การติดเชื้อ Gonorrhoeae ร่วมกับมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือติดเชื้อในข้อ ในเด็กหรือเด็กทารกที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 45 กิโลกรัม

ยารักษาหนองใน ที่แนะนำ เซฟไตรอะโซล (Ceftriaxone) 1 กรัม/กิโลกรัม ฉีดเข้ากระแสโลหิตหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว ทุกๆ24 ชั่วโมง นาน 7 วัน

* ยารักษาโรคหนองใน ชนิดหนองในเทียม

แนะนำให้รับประทานอะซิโทรไมซิน (Azithromycin) 1 กรัม ครั้งเดียว หรือ รับประทานด็อกซี่ไซคลิน (doxycycline) วันละ 2 ครั้ง เช้ารวมทั้งเย็น นาน 7 วัน

แม้ 2 สัปดาห์อาการยังไม่หายให้ไปพบหมอซ้ำเพื่อปรับเปลี่ยนการดูแลรักษา โดยแพทย์บางทีอาจพิจารณาให้กินยานานขึ้นหรือรับประทานยาหลายตัวด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทั้งสองโรคนี้อาจจะมีการเกิดขึ้นพร้อมกันได้ พบว่า ผู้ป่วยหนองในแท้มากยิ่งกว่า 20% จะเป็นหนองในเทียมร่วมด้วย แล้วก็หากไม่ได้รับการรักษาจะมีการลุกลามไปยังรอบๆอวัยวะใกล้เคียง ควรต้องพบหมอเมื่อมีอาการน่าสงสัยเพื่อวินิจฉัยโรครวมทั้งรักษาให้ถูกจุด

ข้อแนะนำแล้วก็ข้อควรคำนึงในการทานยารักษาหนองใน
เพื่อการใช้ยารักษาหนองในโดยถูกวิธี คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด


* ควรแจ้งหมอรวมทั้งเภสัชกรทุกทีถึงโรคประจำตัว ประวัติการใช้ยา และการแพ้ยา เพื่อเลี่ยงการแพ้ยาซ้ำและยาตีกัน เนื่องด้วยยาปฏิชีวนะบางตัวบางทีอาจขัดขวางการออกฤทธิ์ของยาประเภทอื่นหรือเสริมฤทธิ์ยาจำพวกอื่นให้รุนแรงขึ้นได้
* การใช้ยาปฏิชีวนะอาจมีผลกระทบที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้เหมือนกับยาจำพวกอื่นๆโดยส่วนใหญ่จะเกิดอาการในระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น คลื่นไส้ อาการท้องอืด ท้องเสีย ปวดท้อง เบื่ออาหาร เวียนหัว ฯลฯ
* ถ้าใช้ยาแล้วหายใจไม่สะดวก ลำคอตีบตัน ผื่นขึ้นตามตัว เนื้อเยื่ออ่อนต่างๆบวม อาทิเช่น รอบๆตารวมทั้งปาก ควรจะหยุดยารวมทั้งพบแพทย์ในทันที เหตุเพราะผู้ใช้บางทีอาจเกิดอาการแพ้ยาปฏิชีวนะประเภทนั้นๆ
* ผู้ที่มีภาวะโรคตับและก็ไต ควรระมัดระวังการใช้ยาฆ่าเชื้อ ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เนื่องมาจากยาอาจจะส่งผลให้โรคตับแล้วก็ไตที่เป็นอยู่ทรุดหนักลง
* ไม่สมควรซื้อยาต้านจุลชีพหรือยาฆ่าเชื้อใช้เอง เพราะเหตุว่าเชื้อจุลชีพมีหลายชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส รวมทั้งเชื้อรา จึงจำเป็นจะต้องให้แพทย์วินิจฉัยโรคก่อนจ่ายยาทุกหนเพื่อมีประสิทธิภาพการดูแลรักษาสูงสุด ซึ่งยาต้องออกฤทธิ์เจาะจงต่อเชื้อนั้นๆรวมทั้งป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยาที่บางทีอาจเกิดขึ้นในอนาคตจนกระทั่งกลายเป็นปัญหาใหญ่

https://www.honestdocs.co/medicine-for-gonorrhoea-and-non-gonococcal-urethritis

Tags : ติดเชื้อ, กล้ามเนื้อ